ประเด็นสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ พ.ศ. 2554

 

ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญในปี พ.ศ. 2554 มีจำนวน 3 เรื่อง ได้แก่ อุทกภัยและดินถล่มในภาคใต้ การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและสภาพสิ่งแวดล้อมในจังหวัดน่าน และการจัดการทรัพยากรชายฝั่งอย่างมีส่วนร่วม

001

 

เหตุการณ์อุทกภัยและดินถล่มในภาคใต้

ในช่วงเดือน มีนาคม-เมษายน พ.ศ. 2554 ทั้งนี้มีสาเหตุมาจากฝนที่ ตกอย่างหนักในหลายพื้นที่ ประกอบกับการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าเพื่อทำการเกษตรและเหมือง มีโครงสร้างกีดขวางทางระบายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางคมนาคม การถมที่ดินเพื่อสร้างที่อยู่ อาศัยล่วงล้ำลำน้ำทำให้เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ และปัญหาระบบการเตือนภัยที่ขาดประสิทธิภาพส่งผล ให้เกิดอุทกภัย ดิน หินถล่ม สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมากโดยมีพื้นที่ประสบภัย 100 อำเภอ ใน 10 จังหวัด ประชาชนเดือดร้อนเกือบ 3 ล้านคน มีผู้เสียชีวิต 66 คน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายถึง 26,075 ล้านบาท ทั้งนี้ แนวทางแก้ไขควรเร่งแก้ปัญหาการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า แก้ปัญหาสิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางทางน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพและสร้างเครือข่ายระบบเตือนภัย เตรียมแผนการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเป็นรูปธรรมและให้ประชาชนรับรู้โดยทั่วถึง และในส่วนของภาครัฐต้องมีการวางแผนช่วยเหลือทั้งในช่วงเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุอย่างชัดเจนและทั่วถึง

การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและสภาพแวดล้อมในจังหวัดน่าน

พบว่าพื้นที่การเกษตรในจังหวัดน่าน โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีการขยายตัวเพิ่ม ขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาถึง 3 เท่าตัว โดยมีพื้นที่ปลูกข้าวโพดเกือบ 9 แสนไร่ในปี พ.ศ. 2553 ในขณะที่พื้นที่ป่าไม้ลดลงอย่างรวดเร็วจาก 5.3 ล้านไร่ในปี พ.ศ. 2547 เหลือเพียง 5 ล้านไร่ในปี พ.ศ. 2552 จึงเป็นพื้นที่ที่ประสบกับความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ ทำให้เกิดภัยแล้งและอุทกภัยรุนแรงมากที่สุดในรอบหลายปีเกิดการชะล้าง พังทลายของหน้าดิน การปนเปื้อนของสารเคมีในแหล่งน้ำ คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม ซึ่งส่งผลต่อการใช้น้ำอุปโภคและบริโภค และปัญหาสาธารณสุขของประชาชน จึงควรให้ความรู้กับประชาชนถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น สนับสนุนทางเลือกในการประกอบอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ สร้างกลไก เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการอนุรักษ์ป่าไม้ และสนับสนุนการสร้างเครือข่ายภาคประชาชนในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

การจัดการทรัพยากรชายฝั่งอย่างมีส่วนร่วม

ได้รับแรงกดดันอย่างมากทั้งจากการขยายตัวของชุมชน การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน และการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติในปัจจุบันพบว่า ประชาชนหลายกลุ่มขาดความเชื่อมั่นในกระบวนการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและเรียกร้องการมีส่วนร่วมของภาคสังคมในการจัดการ รวมทั้งการมีส่วนร่วมระหว่างหน่วยงานต่างๆของภาครัฐทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ในด้านความชัดเจนในบทบาทหน้าที่ และการแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ดังนั้นจึงควรเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการมีส่วนร่วม มีการพัฒนาหรือปรับปรุงระบบฐานข้อมูลทรัพยากรและพื้นที่ชายฝั่งทะเล จัดทำแผนแม่บทหรือแผนยุทธศาสตร์การจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเชิงบูรณาการ และมีการบูรณาการบทบาทหน้าที่และเครื่องมือในการจัดการทรัพยากรชายฝั่ง

 

ดาวน์โหลด 

1112